เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนน้ำท่วมขังก็เป็นอีกหนึ่งสถานการณ์ที่ผู้ใช้รถ EV ควรเตรียมตัวรับมือ หลายคนอาจสงสัยว่าการมีแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าแรงดันสูงอยู่ภายในรถ จะทำให้รถไฟฟ้ามีความเสี่ยงเมื่อต้องเจอน้ำมากกว่ารถทั่วไปหรือเปล่า
ความจริงแล้วรถ EV สามารถใช้งานในช่วงฝนตกหรือขับผ่านน้ำขังได้ตามข้อกำหนดของรถแต่ละรุ่น เพราะระบบสำคัญได้รับการออกแบบให้มีการป้องกันตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง แต่อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่ารถ EV สามารถลุยน้ำท่วมได้ทุกระดับ หากไม่สามารถประเมินความลึกของน้ำหรือสภาพพื้นถนนได้ การหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวย่อมเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า
รถ EV ลุยน้ำได้แค่ไหน?
รถ EV ได้รับการออกแบบให้ระบบแบตเตอรี่และชิ้นส่วนไฟฟ้ามีการป้องกันความชื้นและน้ำตามมาตรฐานของผู้ผลิต จึงสามารถขับใช้งานในช่วงฝนตกหรือผ่านน้ำขังในระดับที่รถกำหนดได้ แต่เมื่อเจอน้ำท่วมสูงความเสี่ยงก็จะเพิ่มขึ้น เพราะเราอาจไม่สามารถมองเห็นหลุม ฝาท่อ หรือสิ่งกีดขวางที่อยู่ใต้น้ำได้ นอกจากนี้ กระแสน้ำยังอาจทำให้รถเสียการควบคุมได้ ดังนั้น หากไม่สามารถประเมินระดับน้ำได้อย่างชัดเจน ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือหลีกเลี่ยงการขับผ่านพื้นที่น้ำท่วม และรอให้น้ำลดหรือเปลี่ยนเส้นทาง

ถ้าเจอน้ำท่วมระหว่างทาง ควรทำอย่างไร?
1. ประเมินระดับน้ำก่อนเสมอ
อย่ารีบขับตามรถคันหน้า เพราะรถแต่ละรุ่นมีความสูงและข้อจำกัดในการลุยน้ำแตกต่างกัน หากระดับน้ำสูงจนใกล้หรือเกินกว่าที่ผู้ผลิตกำหนด ควรหลีกเลี่ยง

2. ถอยหรือเปลี่ยนเส้นทางเมื่อทำได้
หากเห็นว่าถนนข้างหน้ามีน้ำท่วมสูงหรือไม่สามารถประเมินสภาพพื้นถนนได้ การเปลี่ยนเส้นทางเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าการเสี่ยงขับต่อ

3. หากจำเป็นต้องผ่านน้ำขัง ให้ขับช้าและสม่ำเสมอ
หลีกเลี่ยงการเร่งเครื่องแรง การเบรกกะทันหัน หรือการขับเร็ว เพราะอาจทำให้เกิดคลื่นน้ำและทำให้รถเสียการควบคุมได้ ทั้งนี้ควรอยู่ภายในระดับน้ำและวิธีการที่คู่มือรถกำหนดเป

4. หากรถดับหรือหยุดกลางน้ำ อย่าฝืนสตาร์ทซ้ำ
หากรถมีอาการผิดปกติหลังเจอน้ำท่วม ควรหยุดใช้งานและติดต่อศูนย์บริการหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินรถ ไม่ควรพยายามขับต่อเพียงเพราะรถยังสามารถเคลื่อนที่ได้

หลังขับผ่านน้ำท่วม ควรเช็กอะไรบ้าง?
หากรถต้องผ่านบริเวณที่มีน้ำขัง ควรสังเกตอาการของรถหลังเดินทาง โดยเฉพาะระบบเบรก ไฟเตือนบนหน้าปัด การตอบสนองของรถ รวมถึงเสียงหรืออาการที่ผิดปกติ หากพบความผิดปกติ ไม่ควรฝืนใช้งานต่อและควรนำรถเข้าตรวจสอบโดยเร็ว และอีกเรื่องที่สำคัญคือระบบแบตเตอรี่และไฟฟ้าแรงดันสูง ซึ่งเป็นส่วนที่ผู้ใช้รถไม่ควรเปิดตรวจสอบหรือซ่อมแซมด้วยตัวเอง หากสงสัยว่ารถได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ควรติดต่อศูนย์บริการหรือช่างที่มีความเชี่ยวชาญด้านรถ EV เพื่อให้ตรวจสอบระบบอย่างถูกต้อง
รถ EV สามารถขับในช่วงฝนตกและผ่านน้ำขังได้ภายในข้อจำกัดที่ผู้ผลิตกำหนด แต่ “กันน้ำ” ไม่ได้แปลว่า “ลุยน้ำได้ทุกระดับ” การประเมินสถานการณ์ก่อนขับจึงสำคัญที่สุด เมื่อเจอน้ำท่วมให้ยึดหลักง่าย ๆ คือ เช็กระดับน้ำ เลี่ยงเส้นทางที่เสี่ยง ขับอย่างระมัดระวัง และหยุดใช้งานทันทีหากรถมีอาการผิดปกติ เพราะ BYD อยากให้ทุกการเดินทางไม่ใช่แค่ไปถึงจุดหมาย แต่คือการกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยในทุกเส้นทาง